Construction Budget Guide Warehouses • Factories • DC • Offices • Cleanroom • Coldroom
งบประมาณก่อสร้าง: ถูกหรือแพง ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?
ถ้าคุณกำลังจะสร้าง โกดัง โรงงาน ศูนย์กระจายสินค้า (DC) สำนักงาน หรืออาคารเฉพาะทางอย่าง Clean Room / ห้องเย็น แล้วมีคำถามว่า “ทำไมราคาแตกต่างกันมาก?” “จะคุมงบยังไงให้ไม่บาน?” “จะเริ่มจากข้อมูลอะไร?” e-Book นี้รวมคำตอบแบบครบจบในที่เดียว
1) คุมงบด้วย “Scope Lock”
ล็อกขอบเขตงานก่อนขอราคา ลดงานเพิ่ม/แก้แบบที่ทำให้งบบาน
2) เปรียบเทียบแบบ “เทียบสเปก”
เทียบราคาโดยใช้ Spec Sheet เดียวกัน ไม่ใช่เทียบตัวเลขรวมอย่างเดียว
3) เลือกระบบโครงสร้างให้คุ้ม
PEB ช่วยลดเวลา + ลดของเสีย + ปรับ Span ให้คุ้มพื้นที่ใช้งาน
สารบัญ
- งบก่อสร้าง “จริง ๆ” ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
- 12 ปัจจัยหลักที่ทำให้งบถูกหรือแพง
- แยกประเภทอาคาร: โกดัง / โรงงาน / DC / สำนักงาน / Cleanroom / ห้องเย็น
- อ่าน BOQ ให้เป็น: วิธีดูรายการหลักที่กระทบงบมากที่สุด
- คุมงบแบบมืออาชีพ: 9 เทคนิคที่ใช้ได้จริง
- ตัวอย่าง “สเปก” ที่ทำให้ราคาแตกต่าง (พร้อมแนวทางเลือกแบบคุ้มค่า)
- Timeline & Cash Flow: ทำไม “เร่งงาน” ถึงทำให้งบแพงขึ้น
- Checklist ข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนขอราคา (ลดเวลาคุย ลดการแก้งาน)
- FAQ: คำถามยอดฮิตเรื่องงบก่อสร้าง
- ทำไม Prime Build (PEB) ถึงช่วยให้คุมงบและส่งมอบได้ดีกว่า
แนะนำเตรียม 6 อย่าง: (1) ประเภทอาคาร (2) ขนาด ก×ย×ส (3) โหลดพื้น/เครื่องจักร (4) ระบบไฟฟ้า/แอร์/ลม/ดับเพลิง (5) ทำเล/สภาพดิน (6) กำหนดเวลาใช้งานอาคาร แล้วทัก LINE OA เพื่อให้ทีม Prime Build ประเมินแนวทางงบเบื้องต้น
หมายเหตุ: e-Book นี้เป็นแนวทางเพื่อการวางแผน ไม่ใช่ใบเสนอราคาอย่างเป็นทางการ ราคาจริงขึ้นกับแบบ สเปก และเงื่อนไขหน้างาน
1) งบก่อสร้าง “จริง ๆ” ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
เวลาคนพูดว่า “สร้างโกดังราคาเท่าไหร่ต่อตารางเมตร” มักหมายถึง “ราคาก่อสร้างรวม” แต่ในความจริง งบโครงการอาคารอุตสาหกรรม/พาณิชยกรรมประกอบด้วยหลายหมวด หากไม่แยกหมวด จะทำให้เปรียบเทียบราคาไม่เป็น และคุมงบยาก
| หมวดงบประมาณ | ตัวอย่างรายการ | ทำไมกระทบงบมาก |
|---|---|---|
| A. งานโครงสร้าง Structure |
ฐานราก, เสา-คาน, โครงหลังคา PEB, น็อต/เพลท, งานเชื่อม/ประกอบ | ขึ้นกับ Span, ความสูง, โหลดเครน/เครื่องจักร, สภาพดิน, ความเร่งงาน |
| B. งานสถาปัตย์ Architectural |
เมทัลชีท/ผนัง, ฉนวน, กันสาด, ประตูม้วน, งานอลูมิเนียม, ห้องภายใน | สเปกวัสดุ, จำนวนช่องเปิด, ห้องภายในและความละเอียดของงาน |
| C. งานระบบ MEP |
ไฟฟ้า, แสงสว่าง, แอร์/ระบายอากาศ, ลมอัด, ระบบน้ำ, ดับเพลิง | เป็นหมวดที่ทำให้งบ “กระโดด” มากที่สุดเมื่อมีข้อกำหนดเฉพาะ เช่น Cleanroom/Coldroom |
| D. งานพื้น/ลาน Floor & Yard |
พื้นคอนกรีตอุตสาหกรรม, FF/FL, Hardener, ลานคอนกรีต, ถนนภายใน | ขึ้นกับโหลดพื้น, ประเภทรถ, ความหนาพื้น, สภาพดินเดิม |
| E. ค่าใช้จ่ายอื่น Soft Cost |
แบบและเซ็นวิศวกร, ขออนุญาต, ทดสอบดิน, บริหารโครงการ, ประกัน | ช่วยลดความเสี่ยง/ลดการแก้งาน หากทำถูกขั้นตอน |
2) 12 ปัจจัยหลักที่ทำให้งบถูกหรือแพง
นี่คือ “ตัวแปรหลัก” ที่ทำให้ราคาก่อสร้างต่างกันอย่างมีเหตุผล คุณสามารถใช้เป็น Framework เพื่อคุยกับผู้รับเหมา/ผู้ออกแบบได้ทันที
2.1 ขนาดอาคาร + ความสูง + Span (ช่วงเสา)
- อาคารพื้นที่เท่ากัน แต่ สูงกว่า มักแพงกว่า เพราะโครงสร้างและงานผนังเพิ่ม
- Span กว้าง (เสาน้อย) ทำให้ใช้พื้นที่คุ้ม แต่โครงสร้างต้องออกแบบรับแรงมากขึ้น
2.2 โหลดพื้น (Floor Load) และความเรียบ (FF/FL)
- พื้นสำหรับคลังสินค้าเบา vs พื้นสำหรับรถโฟล์คลิฟท์หนัก/ชั้นวางสูง มีต้นทุนต่างกัน
- โรงงานเครื่องจักรหนัก หรือมีรถบรรทุกเข้า-ออกถี่ ต้องออกแบบพื้น/ลานรองรับ
2.3 สภาพดิน + ฐานราก
- ดินอ่อน/ต้องปรับปรุงดิน/มีน้ำใต้ดินสูง ทำให้ฐานรากและงานดินเพิ่มขึ้น
- การเจาะสำรวจดินช่วยลดความเสี่ยง “แก้ฐานราก” ซึ่งเป็นตัวบานปลายอันดับต้น ๆ
2.4 งานระบบ (MEP) คือ “ตัวเปลี่ยนเกม” ของงบ
- ไฟฟ้าแรงสูง/หม้อแปลง/ตู้ MDB, ระบบแอร์, ระบบลมอัด, ระบบดับเพลิง
- อาคารเฉพาะทาง: Cleanroom/Coldroom จะมีระบบที่ทำให้งบพุ่งชัดเจน
2.5 ผนัง/หลังคา + ฉนวน + กันความร้อน
- เมทัลชีทธรรมดา vs ฉนวน PU/PIR vs Sandwich Panel ต้นทุนต่างกัน
- โกดังเก็บของทั่วไปกับโรงงานผลิตอาหาร/ยา ใช้สเปกวัสดุคนละระดับ
2.6 จำนวน “ช่องเปิด” และชนิดประตู
- ประตูม้วนความสูงมาก, Dock Leveler, ช่องโหลดหลายช่อง = ต้นทุนเพิ่ม
- บานกระจก/อลูมิเนียมสำหรับสำนักงานหน้าบ้าน กระทบงบสถาปัตย์
2.7 งานตกแต่งภายใน/สำนักงาน/โชว์รูม
- อาคารเดียวกัน ถ้าเพิ่มออฟฟิศ 2 ชั้น, ห้องประชุม, Pantry, ห้องน้ำเยอะ งบเพิ่มชัด
2.8 ความซับซ้อนของงานพิเศษ
- Overhead Crane, Mezzanine, ชั้นลอย, Racking สูง, ทางลาด, ระบบกันสั่น
2.9 กฎหมาย/ข้อกำหนดเฉพาะพื้นที่
- ระยะร่น, ความสูง, งานดับเพลิง, ทางหนีไฟ, พื้นที่จอดรถ
2.10 ระยะเวลาก่อสร้าง (Schedule) และฤดูกาล
- เร่งงาน = ค่าแรง/บริหารหน้างาน/ความเสี่ยงเพิ่ม
- หน้าฝนมีผลกับงานดิน/พื้น/ลาน
2.11 ความผันผวนราคาวัสดุ + เงื่อนไขสัญญา
- เหล็กเป็นตัวแปรใหญ่ของ PEB โครงสร้าง
- สัญญาแบบ Fix price vs Adjust price ทำให้ราคาเสนอเริ่มต้นต่างกัน
2.12 คุณภาพทีมงาน/ระบบ QC และการรับประกัน
- ราคาถูกมากผิดปกติ มักซ่อนความเสี่ยง: สเปกไม่เท่ากัน/ตัดงานระบบ/ไม่มี QC
- อาคารอุตสาหกรรมต้องมอง “ต้นทุนตลอดอายุใช้งาน” ไม่ใช่แค่ราคาวันเซ็นสัญญา
3) แยกประเภทอาคาร: ทำไม “ประเภทการใช้งาน” ทำให้งบต่าง
ตารางนี้ช่วยให้คุณเห็นภาพเร็วว่า อาคารแต่ละประเภท “แพงตรงไหน” และควรวางงบอย่างไรให้คุมได้
| ประเภทอาคาร | ตัวขับงบหลัก (Cost Drivers) | คำแนะนำคุมงบ (Solution) |
|---|---|---|
| โกดังทั่วไป | พื้น/ลาน, ประตูม้วน, ฉนวนกันร้อน, แสงสว่าง, ช่องโหลด | ล็อกโหลดพื้น + ประเภทประตู + สเปกฉนวนให้เหมาะการใช้งานจริง |
| โรงงานผลิต | โหลดพื้น/เครื่องจักร, ไฟฟ้า, ระบายอากาศ, ความสูง, ห้องภายใน | ทำ Layout + Flow ก่อน แล้วค่อยสรุปความสูง/ระบบ เพื่อไม่แก้แบบซ้ำ |
| DC / Logistics | Dock, ช่องโหลดหลายช่อง, พื้นที่ลาน, Racking, ระบบดับเพลิง | ออกแบบ Traffic รถ + ลานกลับรถก่อน ป้องกันแก้ผังหน้างาน |
| สำนักงาน/โชว์รูม | งานสถาปัตย์/ตกแต่ง, กระจก, ระบบปรับอากาศ, งานภายใน | แยกงบ “ส่วนหน้า” กับ “ส่วนหลัง” จะคุมสเปกและต่อรองได้ง่าย |
| Clean Room | ระบบอากาศ, HEPA, ห้อง Airlock, วัสดุผิวเรียบ, Validation | กำหนด Class/มาตรฐานให้ชัดก่อน ขอราคาจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง |
| ห้องเย็น (Cold Room) | ฉนวน, ประตู, ระบบทำความเย็น, ควบคุมความชื้น/ไอน้ำ, พื้นกันเยือกแข็ง | ออกแบบ Envelope + จุดรั่วไอ/ความชื้นตั้งแต่ต้น ลดค่าไฟระยะยาว |
4) อ่าน BOQ ให้เป็น: รายการหลักที่กระทบงบมากที่สุด
หากคุณอ่าน BOQ เป็น คุณจะต่อรองได้ “ถูกจุด” และป้องกันผู้รับเหมาบางรายเสนอราคาต่ำ ด้วยการตัดสเปก/ตัดงานสำคัญ แล้วไปขอเพิ่มเงินทีหลัง
| หมวด BOQ | จุดเสี่ยงที่ทำให้ราคาต่าง | วิธีล็อกสเปกให้เทียบได้ |
|---|---|---|
| ฐานราก/งานดิน | ไม่เจาะดิน, ปรับปรุงดินไม่ชัด, ปริมาณถม/บดอัดไม่เท่ากัน | ทำ Soil Report / กำหนดระดับถม-บดอัด และ Scope งานดินชัดเจน |
| โครงสร้างเหล็ก/PEB | เกรดเหล็ก, ความหนา, เคลือบกันสนิม, รายละเอียด Connection | ขอ Spec Sheet โครงสร้าง + มาตรฐานโรงงานผลิต + QC |
| พื้นอุตสาหกรรม | ความหนา, เหล็กเสริม, Hardener, Joint detail, FF/FL | ระบุ Floor Load + Spec พื้น + รายละเอียด Joint ในแบบ |
| ผนัง/หลังคา/ฉนวน | ชนิดฉนวน, ความหนา, แผ่นกันความร้อน, รอยต่อ/ซิลิโคน | ระบุชนิดและความหนาฉนวน + งาน Flashing/Ridge ครบ |
| MEP | จำนวนโคมไฟ, ค่า Lux, ขนาดสาย/ท่อ, ระบบแอร์, ดับเพลิง | ทำรายการระบบขั้นต่ำ (Minimum MEP Spec) แล้วใช้เทียบทุกเจ้า |
5) คุมงบแบบมืออาชีพ: 9 เทคนิคที่ใช้ได้จริง
เทคนิคที่ 1: เริ่มจาก “Use Case” ก่อนสเปก
ระบุการใช้งานจริง เช่น เก็บสินค้าเบา/หนัก, รถชนิดใดเข้าออก, ความสูงชั้นวาง, เครื่องจักรหนักแค่ไหน แล้วค่อยกำหนดสเปกพื้น/ประตู/ระบบ จะช่วยไม่จ่ายแพงเกินจำเป็น
เทคนิคที่ 2: Scope Lock (ล็อกขอบเขต) ก่อนขอราคา
- แยก “งานต้องมี” vs “งานอยากมี” และวางเป็น Option (Add-on) เพื่อไม่ให้งบรวมบวม
- ทุกอย่างที่ไม่ชัด = ความเสี่ยง = ผู้รับเหมาจะเผื่อราคา หรือเสนอถูกแล้วไปบวกทีหลัง
เทคนิคที่ 3: ใช้ Conceptual Design เพื่อคุมงบตั้งแต่ต้น
การมี Conceptual Design (ผัง, รูปทรงอาคาร, ช่องโหลด, โซนงานระบบ) ทำให้สรุปงบได้แม่นกว่าการ “บอกขนาดคร่าว ๆ” อย่างเดียว และช่วยลดการแก้แบบซ้ำในขั้นตอนต่อไป
เทคนิคที่ 4: แยกงบ “อาคารหลัก” กับ “ระบบ/งานพิเศษ”
อาคาร PEB อาจคุมราคาได้ดี แต่ระบบบางอย่าง (เช่น Cleanroom / Coldroom / Fire System) ควรแยกหมวดให้ชัด เพื่อบริหารงบและจัดซื้อเป็นเฟสได้
เทคนิคที่ 5: คุมเวลา = คุมงบ
งานเร่ง = ค่าแรงเพิ่ม, ทำงานซ้อน, ความเสี่ยง QC ลดลง, โอกาสงานแก้เพิ่มขึ้น หากคุณกำหนด Time Plan ที่เหมาะสม จะประหยัดได้มากกว่า “ต่อรองราคา” อย่างเดียว
เทคนิคที่ 6: เลือกวัสดุที่ “คุ้มตลอดอายุใช้งาน”
วัสดุบางอย่างถูกในวันแรก แต่แพงในระยะยาว (เช่น ความร้อนสูงทำให้ค่าไฟแอร์สูง, รอยต่อรั่วซึม) ให้มอง Total Cost of Ownership โดยเฉพาะโรงงานที่ใช้แอร์/ควบคุมอุณหภูมิ
เทคนิคที่ 7: ทำ Bid Comparison แบบเทียบสเปก
เปรียบเทียบราคาแบบ “เทียบรายการและสเปก” เช่น ความหนาเมทัลชีท, ฉนวนกี่มม., โคมไฟกี่ Lux, พื้นหนาเท่าไร ฯลฯ วิธีนี้ทำให้คุณรู้ว่าใครถูกเพราะมีประสิทธิภาพ vs ถูกเพราะตัดสเปก
เทคนิคที่ 8: จัดสรรงบเป็น Option เพื่อให้ตัดสินใจง่าย
- Option A: สเปกมาตรฐานใช้งานได้ทันที
- Option B: เพิ่มประสิทธิภาพ (ฉนวน/ระบบ/ประตู) เพื่อประหยัดระยะยาว
- Option C: สำหรับธุรกิจเฉพาะทาง (Cleanroom/Coldroom/Automation)
เทคนิคที่ 9: เลือกผู้รับเหมาที่ “ทำงานแบบระบบ” ไม่ใช่แค่ทำงานเป็นชิ้น ๆ
โครงการอาคารอุตสาหกรรมสำเร็จด้วยการประสานงาน: แบบ–โครงสร้าง–ระบบ–หน้างาน–เอกสาร ถ้าผู้รับเหมาทำงานแบบระบบ จะลดความเสียหายจากงานแก้และส่งมอบได้ตามแผนมากกว่า
ต้องการให้ Prime Build ช่วยประเมินงบเบื้องต้น?
ส่งข้อมูล 6 อย่าง (ประเภทอาคาร, ขนาด, โหลดพื้น/เครื่องจักร, ระบบหลัก, ทำเล/สภาพดิน, กำหนดใช้งาน) ทีมงานจะช่วยวิเคราะห์แนวทาง “คุมงบ + สรุปสเปกขั้นต่ำ” ให้คุณนำไปเริ่มโครงการได้เร็วขึ้น
6) ตัวอย่าง “สเปก” ที่ทำให้ราคาแตกต่าง (และเลือกแบบคุ้มค่าได้)
หัวข้อนี้ตั้งใจให้คุณเห็น “สเปกที่ทำให้ต่าง” แบบชัดเจน เพื่อคุมงบได้จากต้นทาง
| รายการ | ตัวเลือกสเปก (ตัวอย่าง) | เหมาะกับใคร | คำแนะนำคุมงบ |
|---|---|---|---|
| ฉนวนหลังคา/ผนัง | ไม่มี / PE / PU / PIR / Sandwich Panel | โกดังทั่วไป → โรงงานควบคุมอุณหภูมิ | เลือกตามการใช้งานและค่าไฟระยะยาว ไม่เลือก “ถูกสุด” เสมอไป |
| พื้นอุตสาหกรรม | หนา 12–20 ซม. + Hardener + Joint detail | คลังสินค้า, โฟล์คลิฟท์, Racking สูง | ล็อกโหลดพื้น + Traffic รถก่อน แล้วออกแบบความหนา/เหล็กเสริมให้พอดี |
| ช่องโหลด | ประตูม้วนธรรมดา / Dock + Leveler / Seals | DC/โลจิสติกส์ | กำหนดจำนวนช่องโหลด “ตามปริมาณงานจริง” ไม่เผื่อเกินจำเป็น |
| งานไฟฟ้า | ค่า Lux, จำนวนโคม, Emergency, ระบบสำรอง | โรงงานผลิต | ทำ Lighting Plan ให้ชัด เทียบราคาได้ตรง |
| ดับเพลิง | Fire hose / Sprinkler / Alarm / Pump room | คลังสินค้ามูลค่าสูง, DC | สรุป Requirement ตามประเภทความเสี่ยงและมาตรฐานที่ต้องการก่อน |
7) Timeline & Cash Flow: ทำไม “เร่งงาน” ถึงทำให้งบแพงขึ้น
เจ้าของโครงการจำนวนมากโฟกัสที่ “ราคาก่อสร้าง” แต่ลืมว่า “เวลา” มีมูลค่าเทียบเท่าเงิน เพราะเวลาที่เสียไป = ค่าเช่าโรงงานเดิม + โอกาสขายที่หายไป + ค่าแรงบริหารโครงการเพิ่มขึ้น
- งานเร่งทำให้ต้องเพิ่มทีม/เพิ่ม OT → ค่าแรงสูงขึ้น
- งานซ้อนหลายระบบพร้อมกัน → ความเสี่ยงคุณภาพลดลง → โอกาสแก้งานเพิ่ม
- สั่งของเร่ง/เปลี่ยนยี่ห้อหน้างาน → ต้นทุนวัสดุผันผวนและควบคุมยาก
8) Checklist ข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนขอราคา
ถ้าคุณส่งข้อมูลชุดนี้ให้ผู้รับเหมา/ผู้ออกแบบ จะได้ราคาที่แม่นขึ้นมาก และลดเวลา “ถาม-ตอบ-แก้แบบ” ได้อย่างมีนัยสำคัญ
Checklist 20 ข้อ (ใช้เป็นแบบฟอร์มได้ทันที)
- ประเภทอาคาร: โกดัง / โรงงาน / DC / สำนักงาน / Cleanroom / ห้องเย็น
- ขนาดอาคาร: กว้าง × ยาว × สูง (และความสูงชายคา)
- กำลังการผลิต/การใช้งานหลัก (Use Case) + สินค้าที่เก็บ/ผลิต
- โหลดพื้น: โฟล์คลิฟท์หนักสุด, ชั้นวางสูง, เครื่องจักรหนัก
- จำนวนช่องโหลด/ประตูม้วน/ประตูหนีไฟ
- ต้องการสำนักงานภายในกี่ ตร.ม. / กี่ชั้น / ห้องอะไรบ้าง
- ระบบไฟฟ้า: โหลดรวม (kW), ต้องการหม้อแปลงหรือไม่
- ระบบแอร์/ระบายอากาศ: ต้องคุมอุณหภูมิ/ความชื้นหรือไม่
- ระบบลมอัด/ไอน้ำ/Utility พิเศษ (ถ้ามี)
- ระบบดับเพลิงที่ต้องการ (มาตรฐาน/ข้อกำหนด)
- ที่ตั้งโครงการ + แผนที่ + ทางเข้ารถบรรทุก
- พื้นที่ลานคอนกรีต/ถนนภายใน/ที่จอดรถ
- ระดับน้ำท่วม/ประวัติน้ำ/การระบายน้ำพื้นที่
- สภาพดินเบื้องต้น (ถ้ามีรายงานเจาะดินแนบ)
- ข้อจำกัดผังเมือง/ระยะร่น/ความสูง
- กำหนดเริ่มงาน/กำหนดใช้งานอาคาร
- งบประมาณเป้าหมาย (Budget Range) เพื่อออกแบบให้พอดีงบ
- ความต้องการภาพลักษณ์ Facade/สีอาคาร/Branding
- มีแผนขยายเฟส 2–3 หรือปล่อยเช่าในอนาคตหรือไม่
- เงื่อนไขพิเศษ: ทำงานกลางคืน, ข้อจำกัดชุมชน, รถเข้าได้ช่วงเวลาใด
9) FAQ: คำถามยอดฮิตเรื่องงบก่อสร้าง
Q1: ทำไมบางเจ้าถูกกว่าเยอะ?
โดยทั่วไปมี 3 สาเหตุ: (1) สเปกไม่เท่ากัน (2) ไม่รวมงานสำคัญบางรายการ (เช่น งานระบบ/ลาน/งานไฟ) (3) เสนอราคาต่ำเพื่อปิดงาน แล้วค่อยขอเพิ่มเงินเมื่อเริ่มก่อสร้าง วิธีป้องกันคือทำ Bid Comparison แบบเทียบสเปกและ Scope ให้ชัดเจน
Q2: ถ้าอยากได้ราคาประเมินเร็ว ต้องให้ข้อมูลอะไรบ้าง?
ให้ข้อมูล 6 อย่าง: ประเภทอาคาร, ขนาด ก×ย×ส, โหลดพื้น/เครื่องจักร, ระบบหลัก, ทำเล/สภาพดิน, กำหนดใช้งานอาคาร แล้วทีมงานจะประเมินได้เร็วและแม่นขึ้นมาก
Q3: PEB ช่วยประหยัดงบได้จริงไหม?
PEB ช่วย “คุมงบ” ได้ดีเพราะออกแบบโครงสร้างให้เหมาะกับ Span/โหลดจริง ลดของเสียในงานเหล็ก และก่อสร้างได้เร็วกว่าในส่วนโครงสร้างหลัก แต่ทั้งนี้งบรวมยังขึ้นกับระบบ/สเปก/พื้น/ลานและหน้างานด้วย
Q4: Cleanroom/ห้องเย็น งบจะต่างจากโกดังทั่วไปมากแค่ไหน?
ต่างชัดเจน เพราะระบบและวัสดุเฉพาะทาง (ฉนวน, ผิวภายใน, ระบบอากาศ/ทำความเย็น, การซีลรอยต่อ, ระบบควบคุม) ดังนั้นควรแยกงบ “อาคารหลัก” กับ “ระบบเฉพาะทาง” เพื่อคุมงบและบริหารเฟสได้ง่าย
10) ทำไม Prime Build (PEB) ถึงช่วยให้คุมงบและส่งมอบได้ดีกว่า
ในงานอาคารอุตสาหกรรม “ความสำเร็จของงบ” ไม่ได้เกิดจากการต่อรองราคาอย่างเดียว แต่เกิดจากระบบการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
- Design-to-Budget: ออกแบบโดยยึดกรอบงบจริง (ไม่ทำแบบสวยแล้วค่อยมาลดทีหลัง)
- PEB Expertise: เลือก Span/ความสูง/โครงสร้างให้คุ้มพื้นที่ใช้งานและลดของเสีย
- Scope & Spec Clarity: ทำรายการสเปกขั้นต่ำให้เทียบราคาได้ตรง ลดงบบาน
- Project Coordination: ประสานงานแบบ–ระบบ–หน้างาน ลดงานแก้และลดเวลาส่งมอบ
- Marketing-ready Asset: จัดทำภาพ/ข้อมูลโครงการให้พร้อมใช้บนเว็บไซต์และสื่อการตลาด (เพิ่มความน่าเชื่อถือ)
ต้องการให้ทีม Prime Build ช่วย “วางงบ + สรุปสเปก” ให้คุยผู้รับเหมาได้ทันที?
ทัก LINE OA แล้วส่งข้อมูลเบื้องต้น ทีมงานจะช่วยแนะนำกรอบงบและแนวทางคุมงบที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ (โกดัง / โรงงาน / DC / สำนักงาน / Cleanroom / ห้องเย็น)