โครงสร้างเหล็กสำเร็จรูป (PEB) vs คอนกรีต: แบบไหนคุ้มกว่ากัน?
ถ้าคุณกำลังจะสร้าง โกดัง / โรงงาน / DC / สำนักงาน / ห้องเย็น / Clean Room เล่มนี้จะช่วยให้คุณ “มองภาพรวมต้นทุนจริง” ไม่ใช่ดูแค่ราคาต่อ ตร.ม. พร้อม checklist และแนวทางออกแบบให้คุ้มงบ ตั้งแต่วันแรกจนถึงการใช้งานระยะยาว
สารบัญ (Table of Contents)
- สรุปเร็ว: เลือกแบบไหน “คุ้ม” ใน 3 นาที
- นิยามให้ชัด: PEB คืออะไร? คอนกรีตคืออะไร?
- ต้นทุนจริงที่ต้องเทียบ: ไม่ใช่แค่ราคาต่อ ตร.ม.
- ตารางเปรียบเทียบ 12 มิติ (Owner View)
- กรณีใช้งานยอดนิยม: โกดัง / โรงงาน / DC / ห้องเย็น / Clean Room
- ความเสี่ยงที่ทำให้ “บาน” และวิธีป้องกัน
- Checklist ตัดสินใจ: ถามตัวเอง 20 ข้อก่อนเลือก
- แนวทางทำให้ “คุ้มสุด” ไม่ว่าเลือกแบบไหน
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1) สรุปเร็ว: เลือกแบบไหน “คุ้ม” ใน 3 นาที
- ต้องการ เปิดใช้งานเร็ว เพื่อเริ่มสร้างรายได้ (time-to-revenue สำคัญ)
- ต้องการ span กว้าง ภายในโล่ง ๆ (โกดัง/โรงงาน/ลานประกอบ)
- ต้องการ ขยายในอนาคต (เพิ่ม bay/ต่อท้าย/เพิ่มประตู/ย้ายช่องเปิด)
- อยากคุมงบด้วย Engineering Optimization + ระบบผลิตมาตรฐาน
- งานที่ต้องการ งานระบบ/MEP เดินได้ง่าย (แขวนราง/ท่อ/เคเบิลเทรย์)
- ต้องการอาคารหลายชั้นที่รับน้ำหนักใช้งานสูง แบบคงรูป (บางกรณี)
- มีโจทย์เฉพาะด้าน การสั่นสะเทือน/มวล และมีเหตุผลทางวิศวกรรมรองรับ
- มีข้อจำกัดด้านภาพลักษณ์/สถาปัตยกรรมเฉพาะทาง
- มีเงื่อนไขไซต์/กฎหมาย/เพื่อนบ้านที่ทำให้การก่อสร้างเหล็กไม่สะดวก
หมายเหตุ: “คอนกรีตทนไฟกว่าเสมอ” หรือ “PEB ถูกกว่าเสมอ” เป็นความเชื่อแบบเหมารวม ความจริงขึ้นกับ การออกแบบ, สเปก, เงื่อนไขไฟ, งานระบบ, และลำดับการก่อสร้าง ซึ่ง Prime Build ใช้แนวคิด “ออกแบบให้คุ้ม” ตามโจทย์ธุรกิจจริง
2) นิยามให้ชัด: PEB คืออะไร? คอนกรีตคืออะไร?
คือระบบอาคารเหล็กที่ออกแบบด้วยหลักวิศวกรรมให้เหมาะกับแรงจริงและการใช้งาน โดยส่วนใหญ่ผลิตชิ้นส่วนในโรงงาน (Fabrication) แล้วนำไปประกอบหน้างาน ทำให้ควบคุมคุณภาพได้ดีและก่อสร้างเร็ว
- จุดเด่น: เร็ว / ยืดหยุ่น / span กว้าง / วางแผนขยายง่าย
- จุดต้องระวัง: รายละเอียดรอยต่อ, งานกันสนิม, การจัดการไฟ (ตาม requirement)
เป็นระบบโครงสร้างที่หล่อขึ้นรูปหน้างานเป็นหลัก (หรือใช้ precast บางส่วน) มีมวลมาก แข็งแรง และเป็นที่คุ้นเคยในหลายประเภทอาคาร
- จุดเด่น: มวล/ความหน่วง, งานหลายชั้นบางรูปแบบ, ความคุ้นเคยของแรงงาน
- จุดต้องระวัง: เวลา, ขั้นตอนมาก, ความเสี่ยงคุณภาพหน้างาน, งานแก้ไขยาก
3) ต้นทุนจริงที่ต้องเทียบ: ไม่ใช่แค่ราคาต่อ ตร.ม.
เวลาคุยผู้รับเหมา คนส่วนใหญ่โฟกัส “ราคาต่อ ตร.ม.” แต่สำหรับเจ้าของกิจการ ตัวชี้ขาดคือ TCO (Total Cost of Ownership) + time-to-revenue
3.1 ตัวแปรต้นทุนรวม (TCO) ที่มักถูกมองข้าม
- ค่าเช่าโกดังชั่วคราว / ค่าเช่าโรงงาน
- เงินเดือนทีมงานที่รอเปิดไลน์ผลิต
- โอกาสการขายที่เสียไป (lost revenue)
- เปลี่ยนผัง/เพิ่มประตู/เพิ่มเครน/เพิ่มงานระบบ
- งานแก้ไขหน้างานที่กระทบ timeline
- ค่า overhead ผู้รับเหมาที่เพิ่มตามระยะเวลา
- โหลดไฟฟ้า/แอร์/ระบายอากาศ
- ระบบดับเพลิง (สปริงเกลอร์/ถัง/ปั๊ม/ท่อ)
- ระบบรองรับเครื่องจักร/เครน/รางแขวน
- ทาสีกันสนิม/เคลือบผิว
- ซ่อมรอยร้าว/ซึม/รอยต่อ
- การดัดแปลงพื้นที่ในอนาคต
3.2 วิธีคิด “คุ้ม” แบบเจ้าของกิจการ
4) ตารางเปรียบเทียบ 12 มิติ (Owner View)
| มิติที่ควรเทียบ | PEB (เหล็กสำเร็จรูป) | คอนกรีตเสริมเหล็ก |
|---|---|---|
| เวลาเปิดใช้งาน | มัก เร็วกว่า เพราะผลิตชิ้นส่วน + ติดตั้งหน้างานได้เป็นลำดับ | ขั้นตอนมากกว่า (แบบ/หล่อ/บ่ม/งานระบบตามลำดับ) จึงมักใช้เวลานานกว่า |
| Span ภายในโล่ง | เด่นมาก เหมาะกับโกดัง/โรงงานที่ต้องการพื้นที่โล่ง | ทำได้แต่ต้องเพิ่มองค์ประกอบหรือวิธีโครงสร้างอื่น ทำให้ซับซ้อนขึ้น |
| ความยืดหยุ่น/ขยายในอนาคต | วางแผนขยาย/ต่อเติมง่ายกว่า หากเตรียมจุดต่อและฐานรากตั้งแต่ต้น | ขยายได้แต่ต้นทุนและเวลามักสูงกว่าและกระทบการใช้งานมากกว่า |
| งานระบบ (MEP) & แขวนราง | รองรับงานแขวน (Cable tray/ท่อ/สปริงเกลอร์) ได้สะดวก หากออกแบบจุดแขวน | ทำได้ แต่ต้องเตรียม insert/งานเจาะ/ฝังให้ละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงชนโครงสร้าง |
| ฐานราก | น้ำหนักโครงสร้างเบากว่า จึงมักได้ฐานรากที่เหมาะสมตามดินและแรงจริง | มวลมากกว่า อาจใช้งบฐานรากเพิ่มในบางสภาพดิน (ขึ้นกับแบบ) |
| ความเสี่ยงคุณภาพหน้างาน | ชิ้นส่วนผลิตในโรงงาน คุม QC ได้ดี (แต่ต้องคุมงานติดตั้ง/รอยต่อ) | พึ่งพาหน้างานสูง (เหล็กเสริม, แบบหล่อ, การบ่ม) จึงต้องคุม QC หน้างานมาก |
| กันไฟ/ข้อกำหนดไฟ | เหล็กไม่ติดไฟ แต่กำลังรับแรงลดลงเมื่อร้อน ต้องวางมาตรการให้สอดคล้อง requirement | คอนกรีตไม่ติดไฟและมีมวลสูง แต่ยังต้องออกแบบระบบไฟตามกฎหมาย/การใช้งาน |
| บำรุงรักษาระยะยาว | ดูระบบกันสนิม/สี/การรั่วซึมที่รอยต่อและหลังคา | มักเจอรอยร้าว/ซึม/งานซ่อมเฉพาะจุด ขึ้นกับคุณภาพการก่อสร้างและสภาพแวดล้อม |
| ความคุ้มค่าเชิงธุรกิจ | ได้เปรียบเมื่อ “เวลา” มีค่า และต้องการขยาย/ปรับฟังก์ชันในอนาคต | เหมาะในโจทย์เฉพาะบางประเภท/หลายชั้น หรือข้อจำกัดเฉพาะทาง |
| ความเสี่ยงงบบานจากงานเพิ่ม | ลดความเสี่ยงได้เมื่อ scope ชัด + shop drawing + BOQ ชัด | เสี่ยงเมื่อแบบไม่ชัด งานหน้างานเยอะ และเปลี่ยนแปลงระหว่างทาง |
| ความเหมาะกับอาคารอุตสาหกรรม | เหมาะมาก โดยเฉพาะโกดัง/โรงงาน/ศูนย์กระจายสินค้า | เหมาะเช่นกัน แต่ควรประเมิน timeline และผลกระทบต่อการเริ่มธุรกิจ |
5) กรณีใช้งานยอดนิยม: โกดัง / โรงงาน / DC / ห้องเย็น / Clean Room
5.1 โกดังเก็บสินค้า (Warehouse)
- ต้องการพื้นที่โล่ง วางชั้นวาง/รถยก/ทางวิ่ง
- ต้องการ dock + canopy + ประตูม้วนหลายจุด
- มีแผนขยายใน 12–36 เดือน
- clear height, span, สภาพดินและฐานราก
- ระบบกันร้อน/ฉนวน/ระบายอากาศ
- โซน office และงาน facade ด้านหน้า
5.2 โรงงานผลิต (Factory)
- ต้องการ bay กว้าง รองรับเครื่องจักร/ไลน์ผลิตที่เปลี่ยนได้
- ต้องการรองรับเครน (Overhead crane) ตั้งแต่ต้น
- ต้องการเดินงานระบบเหนือศีรษะ (MEP) เป็นระบบ
- มีข้อกำหนดการสั่นสะเทือน/มวล (ต้องมีเหตุผลทางวิศวกรรม)
- ต้องการหลายชั้นบางรูปแบบเพื่อใช้พื้นที่แนวตั้ง
5.3 ศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center / DC)
5.4 ห้องเย็น (Cold Room) และ Clean Room
- PEB มักคุ้มเมื่อวางระบบ panel/insulation และจุดทะลุผ่าน (penetration) ได้เป็นระบบ
- คอนกรีตอาจได้เปรียบในงานบางส่วน แต่ต้องคุมรอยร้าว/ซึมอย่างเข้ม
6) ความเสี่ยงที่ทำให้งบบาน และวิธีป้องกัน
- ไม่มีรายการงานระบบ/โหลดไฟ/เครื่องจักรชัดเจน
- ยังไม่สรุปประตู/ช่องโหลด/ฟังก์ชันพื้นที่
วิธีป้องกัน: ทำ requirement sheet + layout + equipment list ตั้งแต่ต้น
- ไม่มี BOQ/สเปกชัด, ไม่ระบุงานรวม-ไม่รวม
- งวดงานไม่ผูกกับ milestone จริง
วิธีป้องกัน: ใช้ “Scope Matrix + Milestone Payment”
- ไม่ทำสำรวจดินหรือทำแบบคร่าว ๆ
- เจอดินอ่อน/น้ำใต้ดิน/ปรับระดับมาก
วิธีป้องกัน: สำรวจดิน + ออกแบบฐานรากตามข้อมูลจริง
- เดินท่อ/สาย/สปริงเกลอร์ชนโครงสร้าง
- ต้องรื้อ/ย้าย/แก้แบบหน้างาน
วิธีป้องกัน: ทำ coordination ก่อนก่อสร้าง (Architect-Structure-MEP)
7) Checklist ตัดสินใจ: ถามตัวเอง 20 ข้อก่อนเลือก
- ถ้าเปิดช้า 60 วัน จะเสียรายได้เท่าไร?
- ต้องย้ายเข้าใช้งานภายในกี่เดือน?
- ต้องหยุดเช่าพื้นที่เดิมเมื่อไร?
- ต้องการขยายใน 1–3 ปีหรือไม่?
- ต้องการปรับไลน์ผลิตบ่อยแค่ไหน?
- ต้องการ clear height เท่าไร? ใช้ forklift/mast สูงแค่ไหน?
- ต้องการ span กว้างไหม หรือรับเสากลางได้?
- มีเครนไหม? ยกกี่ตัน? run length เท่าไร?
- โหลดไฟ/แอร์/ระบายอากาศประมาณเท่าไร?
- ต้องการระบบดับเพลิงระดับไหน?
- เคยสำรวจดินหรือยัง?
- พื้นที่น้ำท่วม/น้ำใต้ดินสูงหรือไม่?
- ข้อจำกัดทางเข้าไซต์/รถเครนมีไหม?
- มีเพื่อนบ้าน/ชุมชนใกล้ไซต์มากน้อยแค่ไหน?
- กฎหมาย/ใบอนุญาตมีเงื่อนไขพิเศษหรือไม่?
- งบที่ตั้งไว้รวมงานระบบ/งานภายนอกแล้วหรือยัง?
- ยอมรับความคลาดเคลื่อนได้กี่เปอร์เซ็นต์?
- ต้องการสัญญาแบบไหน (Lump sum / Unit rate)?
- ยอมรับการหยุดผลิตระหว่างขยายอาคารได้ไหม?
- มีทีม PM/ที่ปรึกษาคุมงานหรือไม่?
8) ทำให้ “คุ้มสุด” ไม่ว่าเลือกแบบไหน
8.1 เคล็ดลับคุมงบแบบมืออาชีพ
- ล็อก requirement ก่อนขอราคา: ฟังก์ชัน, พื้นที่, ความสูง, ช่องเปิด, งานระบบ, โหลดเครื่องจักร
- ทำ Scope Matrix: งานรวม/ไม่รวม/งานเจ้าของจัดหา (Owner supply)
- งวดงานผูก milestone: โครงสร้าง, หลังคา, ปิดผนัง, งานระบบหลัก, ทดสอบระบบ, ส่งมอบ
- ลดงานแก้: ประสานแบบสถาปัตย์-โครงสร้าง-MEP ให้จบก่อนเริ่มงาน
- วางแผนขยาย: เผื่อแนวต่อเติมและเตรียมฐานราก/จุดต่อให้พร้อมตั้งแต่รอบแรก
8.2 มาตรฐานที่ควรถามผู้รับเหมา (ไม่ว่าระบบไหน)
- มีแบบ shop drawing และขั้นตอน QC ชัดหรือไม่
- มีเอกสารวัสดุ/สเปก/ผลทดสอบที่ตรวจสอบได้หรือไม่
- มีแผนทดสอบระบบ (commissioning) ก่อนส่งมอบหรือไม่
- มีแผนงาน (schedule) และบทลงโทษความล่าช้าหรือไม่
- มีประกันผลงานและบริการหลังส่งมอบหรือไม่
- ระบุสิ่งที่ “ไม่รวม” ชัดเจนหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
PEB ถูกกว่าเสมอจริงไหม?
ไม่เสมอ “ถูกหรือแพง” ขึ้นกับสเปก, ความสูง, งานระบบ, งานสถาปัตย์, ข้อกำหนดไฟ, สภาพดิน และการคุม scope แต่ PEB มักได้เปรียบเมื่อ “เวลา” มีมูลค่า และต้องการความยืดหยุ่นในอนาคต
คอนกรีตทนไฟกว่าเลยควรเลือกคอนกรีต?
ประเด็นไฟต้องดู “ข้อกำหนดตามการใช้งาน” และมาตรการรวมทั้งระบบ (การแบ่งโซน, ระบบดับเพลิง, วัสดุปิดผิว ฯลฯ) โครงสร้างเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวมความปลอดภัย
ถ้าอยากทำออฟฟิศหน้าตาโมเดิร์น PEB ทำได้ไหม?
ทำได้ โดยใช้ facade, กระจก, panel, วัสดุตกแต่ง และสัดส่วนงานสถาปัตย์ที่เหมาะสม แนวทางที่นิยมคือ “โครงสร้าง PEB + office block หน้าอาคาร” เพื่อได้ทั้งความเร็วและภาพลักษณ์
ควรเริ่มต้นยังไงให้ได้ราคาที่ใกล้เคียงจริง?
เริ่มจากระบุ requirement ให้ชัด (ขนาด/ความสูง/ช่องเปิด/โหลด/งานระบบ) แล้วทำแบบ concept + scope matrix ก่อนขอราคาอย่างจริงจัง หากต้องการให้ Prime Build ช่วยสรุป ให้ส่งข้อมูลผ่านหน้า Contact ได้ทันที